ปฏิบัติการณ์… ไล่ล่าแม็คไกวร์[PART 2]

กลับมาต่อกับ “ปฏิบัติการณ์… ไล่ล่าแม็คไกวร์” ในภาคสุดท้ายก่อนจะได้ตัวกองหลังราคาแพงที่สุดในโลกคนนี้

แม้บ่อนพนันในอังกฤษ ที่มีทั้ง แทงบอลออนไลน์ และ รับแทงแม้กระทั่งการย้ายสโมสรของนักเตะ จะยกให้ปีศาจแดงเป็นตัวเต็งแต่ก็มีข้อมูลลึกลับอีกมากที่วันนี้เราจะได้เข้ามาล้วงลึกกันต่อครับ


แมนฯยูไนเต็ด เปิดฉากด้วยข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ แต่เลสเตอร์เห็นแล้วว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แมนฯยู จ่ายเงินถึง 50 ล้านปอนด์ เพื่อนักเตะที่ยังไม่เคยติดทีมชาติอังกฤษสักนัดอย่างแอร่อน วาน-บิซซาก้า

นั่นทำให้เลสเตอร์มองว่า แม็คไกวร์พิสูจน์ตัวเองมาพอตัวแล้ว แถมพาทีมชาติอังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกมาแล้วด้วย ราคาของ วาน-บิซซาก้า กับ แม็คไกวร์ จะต่างกันแค่ 20 ล้านปอนด์เองหรอ มันเป็นไปไม่ได้

เลสเตอร์ปฏิเสธข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ ของทั้งแมนฯยูไนเต็ด และ แมนฯซิตี้ โดยทีมแรกที่ถอดใจไปก่อนคือ แมนฯซิตี้ พวกเขามองว่าตัวเลขระดับนี้ มันเกินไปจริงๆ

“นี่คือนักเตะท็อปคลาส เราสนใจเขา แต่เราไม่สามารถสู้ราคาได้” เป๊ป กวาร์ดิโอล่ากล่าวยอมรับ

เลสเตอร์รู้ว่าแมนฯยูไนเต็ด ยังคงสนใจอยู่ และพร้อมสู้ต่อเพื่อล่าแม็คไกวร์มาให้ได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ต่อให้ปฏิเสธไป ทีมปีศาจแดงก็ต้องยื่นข้อเสนอใหม่เข้ามาอยู่ดี

กรณีของซิตี้ ต่อให้ไม่ซื้อแม็คไกวร์ ก็ยังมี จอห์น สโตนส์, โอตาเมนดี้ และอายเมอริก ลาป็อกต์ ซึ่งก็ถือเป็นกองหลังคุณภาพ แต่แมนฯยู ถ้าไม่ได้กองหลังตัวใหม่ แล้วไปเดิมพันกับสมอลลิ่ง และฟิล โจนส์ รับรองว่าเละเทะแน่ เลสเตอร์เองเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี

จริงๆเอ็ด วู้ดเวิร์ด เมื่อเห็นราคา ก็ไปถามโซลชาว่า สนใจจะเปลี่ยนเป้าหมายไหม เช่น โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ของสเปอร์ส และ คาลิดู คูลิบาลี่ ของนาโปลี ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่า และดูเหมือนอยากย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดด้วย แต่โซลชายังยืนยันว่า “ต้องแม็คไกวร์”

โซลชาต้องการกองหลังที่เล่นบอลบนพื้นได้ดี จ่ายบอลเป็น และนำความมุ่งมั่นมาสู่แผงหลังของทีม ดังนั้นเขาคิดว่าแม็คไกวร์เท่าไหร่ก็คุ้ม ซึ่งเคสนี้คล้ายๆกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตอนย้ายจากลีดส์ มาแมนฯยู ในปี 2002 ด้วยราคาถึง 30 ล้านปอนด์

ในตอนนั้น ค่าตัวของเฟอร์ดินานด์ สูงสุดในประวัติศาสตร์การย้ายตัวของนักเตะอังกฤษ ซึ่งก็มีคนวิจารณ์มากมายว่าแพงไป แต่สุดท้าย เฟอร์ดินานด์ก็กลายเป็นคีย์แมนของสโมสร ช่วยให้ทีมได้แชมป์ไปอีกหลายปี

ความเห็นของโซลชา สอดคล้องกับ ไมค์ ฟีแลน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ที่ยืนยันว่าแม็คไกวร์ เป็นผู้เล่นที่ใฝ่รู้และจริงจังกับงานของตัวเอง

ย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนฟีแลน เป็นผู้จัดการทีมฮัลล์ ซิตี้ เขาเคยร่วมงานกับแม็คไกวร์เต็มๆมาแล้ว และช่วยคอนเฟิร์มได้ว่า นี่เป็นผู้เล่นคุณภาพจริงๆ

“แฮร์รี่ เป็นนักเตะที่ต้องการรู้ทุกอย่าง ‘ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ เขาต้องรับมือแบบไหน?’ หรือ ‘ทำไมในจังหวะนี้ ผมต้องยืนตำแหน่งตรงนี้’ เขาจะศึกษาทุกอย่าง และพยายามแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง เขาเข้าใจเกมรับเป็นอย่างดี จังหวะไหนห้ามเลี้ยง จังหวะไหนต้องยืนนิ่งๆ คือเขาเข้าใจหมด” ฟีแลนเผย


การปฏิเสธข้อเสนอ 70 ล้านปอนด์ของทั้ง 2 สโมสร ทำให้แม็คไกวร์เองอึดอัดในใจอย่างมาก

แน่นอนเขาอยากย้ายไปทีมที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นซิตี้ หรือยูไนเต็ดก็ได้ แต่ทว่าเลสเตอร์ปฏิเสธทั้ง 2 ข้อเสนอ

แม้จะไม่มี Release Clause แต่เขากับสโมสรเคยมีสัญญาลูกผู้ชายเอาไว้ว่า จะปล่อยให้ย้ายทีมได้ ถ้าหากมีข้อเสนอที่ “เหมาะสม” เข้ามา นั่นทำให้แม็คไกวร์เกิดคำถามในใจว่า 70 ล้านนี่ยังไม่เหมาะสมอีกหรอ?

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แม็คไกวร์ยังแสดงให้เห็นคือความเป็นมืออาชีพ เขาลงเล่นเกมปรีซีซั่นให้กับเลสเตอร์โดยไม่ปริปากบ่น เขาลงในเกมเจอสคันธอร์ป, เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด และ สโต๊ค ซิตี้ ก่อนช่วยให้ทีมชนะทั้ง 3 แมตช์

ถ้าย้อนกลับไปดูตอนมาห์เรซอยากย้ายทีม เขาหนีการซ้อมไปเลย ทำทุกอย่างเพื่อบีบให้สโมสรขายให้ได้ แต่แม็คไกวร์ไม่ทำแบบนั้น เขายังคงลงเล่นเพื่อทีมตามปกติ แม้ในใจจะอยากย้ายแค่ไหนก็ตาม

ความเป็นมืออาชีพของนักเตะ ทำให้เลสเตอร์เองก็ต้องมาทบทวนเช่นกันว่าตัวเลข 100 ล้านปอนด์ที่ตั้งเอาไว้ มันโอเวอร์เกินไปหรือไม่ มันเป็นการ “ปิดโอกาส” ของนักเตะหรือเปล่า

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ทุกฝ่ายเจรจากันอย่างเคร่งเครียด ทั้งแมตต์ จั๊ดจ์ หัวหน้าทีมเจรจาของยูไนเต็ด , เคนนี่ เชพเพิร์ด เอเยนต์ของตัวนักเตะ และ ซูซาน วีแลน ซีอีโอของเลสเตอร์

สุดท้ายจึงได้คำตอบว่า ทุกฝ่ายควรยอมครึ่งทางให้กัน

เลสเตอร์ต้องการค่าตัวนักเตะให้มีราคาแซงเวอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลก … โอเค ได้เลย แมนฯยู ยอมให้ตามนั้น แต่เลสเตอร์ ก็ต้องลดราคาลงมาด้วย จะตั้งไว้ 100 ล้านปอนด์แบบตอนแรกไม่ได้

หลังจบเกมอุ่นเครื่องกับสโต๊ค วันที่ 27 ก.ค. การเจรจาของทั้ง 2 ฝ่ายเดินหน้าอย่างรวดเร็ว วันจันทร์ที่ 29 ก.ค. แม็คไกวร์ขอลาป่วย ไม่มาร่วมซ้อมด้วย ซึ่งก็วิเคราะห์กันว่า แม็คไกวร์ คงขอสโมสรไปจัดการปิดดีลให้เรียบร้อย

สุดท้ายการเจรจาก็สำเร็จ ทั้ง 2 ฝ่ายยอมกันครึ่งทาง สรุปค่าตัวของแม็คไกวร์อยู่ที่ 80 ล้านปอนด์ กับสัญญา 6 ปี ด้วยค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์

ในที่สุดแม็คไกวร์ ก็ได้ย้ายทีมสมใจด้วยค่าตัวสถิติโลก



การเจรจาของแม็คไกวร์ ถือเป็น win-win situation ของทุกฝ่าย

ความอดทน และยอมครึ่งทางให้กัน ทำให้ได้คำตอบที่สมดุลที่สุด

แม็คไกวร์ ได้ย้ายไปทีมที่ใหญ่ขึ้น ค่าเหนื่อยอัพขึ้น 2 เท่า ซึ่งถ้าเขาพลาดย้ายในปีนี้ ไม่รู้จะมีโอกาสดีๆแบบนี้มาอีกไหม

เลสเตอร์ ได้ขายนักเตะในราคาสถิติโลก และได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ต่อให้เป็นทีมขนาดกลาง ก็ไม่ใช่ว่าจะโดนทีมใหญ่บีบได้ ใครจะมาทำการค้ากับเลสเตอร์ ก็ควรรู้ไว้ ว่านี่ไม่ใช่หมูให้เชือด

แมนฯยูไนเต็ด ได้นักเตะคุณภาพเข้ามาสู่ทีม เพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้า และยังจ่ายค่าตัวถูกกว่าราคาที่เลสเตอร์ตั้งไว้ถึง 20 ล้านปอนด์ นอกจากนั้นยังหักหน้าเพื่อนบ้านแมนฯซิตี้อีกด้วย ที่โฉบเอากองหลังทีมชาติอังกฤษมาครองได้สำเร็จ


ตอนนี้การซื้อขายจบแล้ว แมนฯยูไนเต็ดเตรียมพร้อมจะลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกของฤดูกาลในวันอาทิตย์นี้กับเชลซี เราจะได้เห็นผลงานของแม็คไกวร์กัน ว่าจะทำให้แนวรับปีศาจแดงแกร่งขึ้นจริงหรือไม่

สำหรับดีลนี้ ต้องยอมรับว่า ตัวเลข 80 ล้านปอนด์ ฟังดูแล้วก็แพงเอาเรื่อง แต่ถ้าหากนักเตะคนนั้นเล่นได้ดี ราคานี้อาจจะกลายเป็นของถูกไปเลยก็ได้

ซึ่งผ่านไป 1 ปี เราจะได้รู้กัน ว่าเลสเตอร์จะหัวเราะที่ขายแม็คไกวร์ได้ “ตั้ง 80 ล้านปอนด์”

หรือแมนฯยูไนเต็ดจะได้หัวเราะ ที่ซื้อแม็คไกวร์ในราคา “แค่ 80 ล้านปอนด์”

ผลงานในสนามเท่านั้น ที่จะเป็นคำตอบ